ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 118 ทุบตีพวกปลิงดูดเลือด
ป้าสะใภ้ใหญ่จ้องมองทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา “พวกแกรู้ไหมว่า สุดท้ายใครมาช่วยเรา เป็นหลานสาวที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบ กิโลเมตร คิดแล้วมันก็น่าปวดใจ น้องชายที่ฉันรักที่สุดไม่ห่วงว่าฉัน จะเป็นตายร้ายดียังไง แต่คนที่มาช่วยเหลือฉันไว้กลับเป็นหลานสาวที่
ฉันไม่เคยชอบ”
“พวกแกบอกให้ฉันทบทวนตัวเองไม่ใช่เหรอ? หลังจากผ่าน เหตุการณ์เฉียดตายมา ฉันทบทวนตัวเองแล้ว หวังฟู่เฉียง ฉันไม่ควร ทำดีกับแกอีกต่อไป แกมันเลือดเย็นและเห็นแก่ตัว ต่อไปนี้อย่ามีหน้า มาเรียกฉันว่าพี่สาวอีก ฉันไม่มีน้องชายแบบแก!”
หวังฟู่เฉียงเบิกตากว้าง เขาตะคอกกลับเสียงดัง
“หวังเวย นี่หมายความว่ายังไง! ผมเป็นน้องชายแท้ ๆ ของพี่นะ พี่ลืมคำพูดของพ่อแม่ก่อนที่พวกเขาจะตายแล้วหรือไง? พ่อแม่สั่งเสีย ให้พี่ดูแลผมให้ดี ตอนนี้พี่มีชีวิตที่สุขสบาย กลับเมินผมแบบนี้น่ะ เหรอ นี่พี่คิดจะผิดคำสัญญากับพ่อแม่ใช่ไหม?”
ป้าสะใภ้ใหญ่ได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งโกรธ “แกมันหมาป่าตาขาว! หลายปีมานี้ฉันส่งเงินให้แกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ต้าไห่ทะเลาะ กับฉันหลายครั้งก็เพราะเรื่องของแก แต่แกกลับเอาเงินไปใช้อย่าง สุรุ่ยสุร่าย ไม่เคยคิดถึงความลำบากของฉันเลยสักนิด!”
หวังฟู่เฉียงพึมพำ “พี่สาวก็เหมือนแม่ งั้นพี่ก็ควรต้องดูแลผมสิ พี่
เป็นซะแบบนี้ มันทำให้ผมรำคาญใจนะ แค่ให้ของนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ ทวงบุญคุณไม่หยุด น่ารำคาญจะตาย”
จางเฟิ่งตบไหล่สามีของเธอแล้วพูดว่า “พูดไร้สาระอะไรของคุณ น่ะ นี่พี่สาวเรานะ”
หวังฟู่เฉียงอ้าปากคิดกล่าวคำ แต่สุดท้ายก็กลืนทุกอย่างลงไป จางเฟิ่งรีบหันมาพูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่คะ ฟู่เฉียงเป็นคนโง่เขลา อย่าเสียเวลาไปเถียงเขาเลยค่ะ ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มีกระทบกระทั่งกันบ้างเหมือนลิ้นกับ ฟัน พี่อย่าไม่ใส่ใจพวกเราเลยนะคะ”
จางเฟิ่งพยายามขยิบตาให้สามี แต่หวังฟู่เฉียงเป็นผู้ชายที่ถูก ตามใจมาตั้งแต่เด็ก เขาเคยชินกับการถูกพี่สาวเอาอกเอาใจ ขนาด เวลากินข้าวก็ต้องให้คนมาง้อ ดังนั้นจึงไม่เคยก้มหัวขอโทษใคร
“พี่ ผมหิว ไปทำอาหารให้เรากินหน่อย หลังจากกินอิ่มผมจะยก โทษให้สำหรับสิ่งที่พี่เพิ่งพูดออกมา” หวังฟู่เฉียงพูด
ป้าสะใภ้ใหญ่รู้สึกเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องตลกมากที่สุดในชีวิต เธอจ้องมองน้องชายตรงหน้า ชายคนนี้คือคนที่เธอรักมาหลายสิบปี แต่ตอนนี้เมื่อมองดู เขากลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ถูกตามใจจนเสียคน
เธอโทษตัวเอง ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ พ่อแม่ตามใจหวังฟู่เฉียงมา โดยตลอด เธอจึงตามใจเขาเช่นกัน จนทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้
ความทุ่มเททั้งหมดของเธอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช่างเหมือนกับ การให้อาหารสุนัข
ตอนนี้เธอตาสว่างแล้ว และจะไม่มีวันญาติดีกับคนเห็นแก่ตัวแบบ นี้อีก
ป้าสะใภ้ใหญ่พูดด้วยความเกลียดชัง “แกนี่มันน่ารังเกียจจริง ๆ ชิ่ว! พวกแกทุกคนรีบไปให้พ้น ๆ!”
ใบหน้าจางเฟิ่งดูน่าเกลียดมากขึ้น “นี่พี่ พูดแบบนั้นมันจะเกินไป แล้วนะ ตอนนี้พี่ก็มีชีวิตสุขสบาย ไม่คิดจะเหลียวแลน้องชายตัวเอง เลยหรือไง? เลือดเย็นชะมัด ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
ลูกทั้งสองคนของจางเฟิ่งจ้องมองป้าของพวกเขาอย่างเย็นชา ราวกับกำลังมองศัตรู
หวังฟู่เฉียงเริ่มพูดผสมโรง
“ใช่ พี่จะมาทิ้งผมได้ยังไง? อีกอย่างถ้าพวกเราสองครอบครัวอยู่ ด้วยกัน พี่เองนั่นแหละที่ได้ผลประโยชน์ ตอนนี้บ้านเมืองวุ่นวายไป หมด ถ้าอยู่กับผม ใครจะกล้ามาหาเรื่องพวกเรา? ยังไงพี่ก็ไม่ได้สนิท กับญาติของพี่เขยขนาดนั้นอยู่แล้ว ดูไอ้เด็กสารเลวนั่นสิ มันกล้า มาตีผมจนสะบักสะบอม ทั้งที่พี่กับผมเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
เจี่ยงย่วนชี้ไม้นวดแป้งไปที่เขา ดวงตาแดงก ่าด้วยความโกรธ “แน่จริงก็พูดอีกครั้งสิวะ! ถ้าไม่ใช่เพราะแกมาลวนลามเมียฉัน ฉันจะ ไปตีแกทำไม? ถ้ายังปากดีอีก ฉันจะทุบมือแกให้แหลก!”
หวังฟู่เฉียงกลืนน ้าลายและหลบไปด้านหลัง
ป้าสะใภ้ใหญ่รู้สึกปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว เธอชี้หน้าหวังฟู่เฉียง และตะคอกใส่
“ทำไมแกไม่ถูกตีตายไปให้รู้แล้วรู้รอด แกมันต ่าทรามต ่าช้า ยัง กล้ามาลวนลามผู้หญิงอีก แกมันสมควรตาย”
“ฟู่เฉียงแค่เผลอไปชั่วขณะ นางผู้หญิงคนนั้นเองดูแวบแรกก็รู้ว่า ไม่ใช่คนดี” จางเฟิ่งพยายามพูดปกป้อง
เจี่ยงย่วนยิ่งโมโหเมื่อได้ยิน “แกพูดว่ายังไงนะ?”
จางเฟิ่งมองดูเจี่ยงย่วนด้วยความกลัว และไม่กล้าพูดอะไรอีก
เซียวหมิงเยวี่ยเฝ้าดูจากข้างสนาม เธอจึงได้ยินบทสนทนาที่
เกิดขึ้นระหว่างสองฝ่ายทั้งหมด
เธอใช้นิ้วสะกิดเจี่ยงจ้วง “นั่นน้าชายเธอเหรอ?”
เจี่ยงจ้วงตอบกลับสีหน้าบึ้งตึง “เขาเคยเป็นผู้ชายอ้วนตัวใหญ่ แต่ตอนนี้ผอมแห้งมากจนแทบจำไม่ได้ ที่แน่ ๆ เขาไม่ใช่คนดี เขา ชอบมาขอเงินจากแม่ แล้วทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันตลอด”
“แม่ของเธอตามใจน้องชายจนเขาเสียคน ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ” เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
ป้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมและจอมวางแผน นึกไม่ถึงเลย ว่าเธอจะเป็นคนที่คอยเอาอกเอาใจน้องชายตัวเอง ไม่น่าแปลกใจเลย
ที่นิสัยของเธอจู่ ๆ ก็ดูเปลี่ยนไป ที่แท้เธอก็ได้เห็นธาตุแท้ของ ครอบครัวน้องชายแล้ว
หากเธอคิดได้ก็ยังพอมีความหวัง
เซียวหมิงเยวี่ยแค่กลัวว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะโง่เขลาจนปล่อยพวก ปลิงเหล่านั้นมาดูดเลือดครอบครัวเธอ หากเธอสามารถดุด่าลูกของ ตัวเองอย่างรุนแรง แต่กลับไม่สามารถทำแบบเดียวกันกับน้องชาย นั่นคงจะเป็นความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
หากป้าสะใภ้ใหญ่เป็นแบบนั้นจริง ๆ เซียวหมิงเยวี่ยจะไล่เธอ ออกไป และปล่อยให้เธออาศัยอยู่กับน้องชายที่เธอหวงแหนนักหนา
“แล้วเธอสนิทกับเด็กสองคนนั้นหรือเปล่า?”
เจี่ยงจ้วงตอบโดยไม่ต้องคิด “ไม่มีทาง! พวกเขาชอบแย่งของ ของผมประจำ แต่กลับไม่เคยถูกทำโทษ”
“พวกเขาเนี่ยนะแย่งของของเธอได้?” เซียวหมิงเยวี่ยแทบไม่ อยากเชื่อ
เจี่ยงจ้วงเม้มริมฝีปาก “เพราะแม่บอกให้ปล่อยพวกเขาไป และ ห้ามไม่ให้ผมแย่งของกลับมา”
เซียวหมิงเยวี่ยวางมือทาบหน้าอก “ถ้าเธอรู้สึกเจ็บใจที่ถูกแย่ง ของ ต่อไปก็หยุดแย่งของจากพี่สาวตัวเองซะที” เธอหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วถามต่อ “แล้วเธออยากให้พวกเขาไปให้พ้น และไม่กล้ากลับมา อีกเลยหรือเปล่า?”
เจี่ยงจ้วงพยักหน้ารับ “พี่มีวิธีเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเผยยิ้มมีเลศนัย “ไปตามพ่อของเธอมาสิ แล้วเพิ่ม เชื้อเพลิงลงในกองไฟสักหน่อย คงไม่ต้องให้ฉันสอนว่าต้องทำยังไง ใช่ไหม?”
ตามบุคลิกนิสัยของลุงใหญ่ เขาคงไม่ชอบครอบครัวของหวังฟู่ เฉียงมานานแล้ว ตอนนี้ยังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก หากเขาไม่คลุ้มคลั่ง ก็คงจะแปลกเกินไป
เจี่ยงจ้วงเข้าใจความหมายของญาติผู้พี่เป็นอย่างดี “เข้าใจแล้ว ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
ป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงโต้เถียงกับอีกฝ่ายไม่หยุด หวังฟู่เฉียงทรุดนั่ง บนพื้นพลางกอดขาของพี่สาวไม่ยอมปล่อย ขณะที่จางเฟิ่งด้านข้าง ช่วยพูดจาบีบให้ป้าสะใภ้รู้สึกผิดอยู่ตลอด
วันนี้พวกเขาจะต้องไปอยู่ที่บ้านของพี่สาวให้ได้
หวังฟู่เฉียงกอดขาป้าสะใภ้ใหญ่แน่น “ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น โรง จอดรถใต้ดินไม่ใช่ที่สำหรับอยู่อาศัย พี่ไม่สนใจไยดีน้องชายตัวเอง แบบนี้ ไม่กลัวฟ้าผ่าบ้างหรือไง?”
“ปล่อยฉันซะ แกจะอยู่โรงจอดรถใต้ดินหรือที่อื่นก็ไม่ได้เกี่ยว อะไรกับฉัน” ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่สามารถสลัดเขาออกไปได้ ไม่ว่าจะ พยายามแค่ไหนก็ตาม
ขณะที่เจี่ยงย่วนกำลังจะเข้าไปช่วย เขาก็เห็นลุงใหญ่เดินเข้ามา ด้วยท่าทีน่าเกรงขาม โดยมีเจี่ยงจ้วงกระโดดโลดเต้นอยู่ด้านหลัง และยกมือทำท่าโอเคให้กับเซียวหมิงเยวี่ย
เมื่อลุงใหญ่เห็นครอบครัวสี่คนของหวังฟู่เฉียง ไฟโทสะก็ยิ่งลุก โหมทันที เขาคว้าไม้นวดแป้งจากมือเจี่ยงย่วนและตรงเข้าไปตีคน เหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง ขณะเดียวกันก็ด่าทอสาปแช่งอย่างรุนแรง
“ไอ้พวกสวะ อยากมาอยู่ในบ้านฉันเหรอ? อยากมากินมาดื่ม ของในบ้านฉันมากใช่ไหม? พวกแกคิดว่าตัวเองเป็นใครมาจาก ไหน? ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันอดทนมามากพอแล้ว วันนี้ฉันจะตี แกให้ตายกันไปข้าง!”
“ไอ้คนชั่วช้าต ่าทราม คิดแต่จะเอาเปรียบครอบครัวฉันไม่เว้นวัน แกไม่เคยถามความยินยอมจากฉันเลยด้วยซ ้า แล้วไอ้พวกเด็กนิสัย เสียสองคนนั้นก็ใช่ย่อย พวกมันมาแย่งของของลูกชายฉันตลอด เป็นเพราะแกสั่งให้พวกมันทำใช่ไหม?!”
หวังฟู่เฉียงถูกทุบตีจนทรุดตัวอยู่บนพื้นพร้อมยกแขนขึ้นป้องกัน ศีรษะ
“พี่เขย หยุดก่อน หยุดตีได้แล้ว!”
ลุงใหญ่ฟาดไม้ไปที่หลังของเขาอีกครั้ง “ถุย ใครเป็นพี่เขยแก อย่ามาเรียกฉันว่าพี่เขยนะเว้ย!!”
จางเฟิ่งต้องการเข้าไปห้ามปราม แต่เธอไม่กล้า จึงหันไปคว้า แขนป้าสะใภ้ใหญ่และพูดอย่างเดือดดาล
“พี่จะยืนดูน้องชายถูกทุบตีปางตายเฉย ๆ แบบนี้เหรอ ไม่คิด สนใจเลยหรือไง? พี่เป็นพี่สาวของเขานะ ถ้าฟู่เฉียงเป็นอะไรไป ฉัน ไม่ไว้หน้าพี่แน่!”
ป้าสะใภ้ใหญ่สะบัดแขนและพูดอย่างเย็นชา
“เขาสมควรถูกตีแล้ว”
“นี่!” จางเฟิ่งชี้หน้าป้าสะใภ้ใหญ่ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เจี่ยงจ้วงปรบมือเชียร์พ่อตัวเองจากข้างสนาม ขณะที่ใบหน้าจาง เฟิ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ
ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น “หยุดตีกันได้แล้ว เจ้าหน้าที่จัดสรรที่พัก กำลังมา!”
“เจ้าหน้าที่จัดสรรที่พักกำลังมางั้นเหรอ?”
หวังฟู่เฉียงและจางเฟิ่งรู้สึกเหมือนได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายที่จะ ช่วยชีวิตพวกเขา “ผู้นำมาแล้ว จะมีคนมาทวงความยุติธรรมให้เรา”
หวังฟู่เฉียงจ้องเขม็งไปทางลุงใหญ่ด้วยความเกลียดชัง “กล้าทุบ ตีคนอื่นและก่อปัญหา พี่จะต้องโดนจับไปยิงเป้าแน่ ๆ!”
ลุงใหญ่หยุดสิ่งที่เขาทำอยู่ ส่วนป้าสะใภ้ใหญ่กังวลเล็กน้อย และ รีบมองไปยังทิศทางที่เจ้าหน้าที่จัดสรรที่พักเดินเข้ามา
เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย หวังฟู่เฉียงพลันยิ้มเยาะ
“กลัวเหรอ? ถ้าพาครอบครัวผมกลับไปอยู่ที่บ้าน บางทีผม อาจจะไม่เอาความพวกพี่ก็ได้”
ฝูงชนแยกย้ายกันไปโดยอัตโนมัติ เพื่อเปิดทางให้ผู้จัดการซูและ แม่เซียวเดินเข้ามา ผู้จัดการซูพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“มีเรื่องอะไรกัน!”
หวังฟู่เฉียงล้มลงแทบเท้าผู้จัดการซูทันที และแผดเสียงคร ่า ครวญ
“ท่านผู้นำต้องทวงความยุติธรรมให้ผมนะ มันทุบตีผมปางตาย โดยไม่มีเหตุผล พวกมันเป็นแค่อันธพาล คุณต้องช่วยตัดสินอย่าง ยุติธรรม แล้วจับพวกมันไปยิงทิ้งให้หมด!”
เซียวหมิงเยวี่ยและแม่เซียวสบตากัน สายตาของแม่เซียวคล้าย กับกำลังถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วทำไมลูกถึงมาอยู่ที่นี่?
หญิงสาวเพียงแค่ยักไหล่