Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 297 แตกต่างกันดั่งเมฆและโคลนตม
เหล่าผู้อาวุโสจากหลายสำนักต่างสงสัยกันว่าเจ้าหนูนี่มาจากไหน?
หากดูจากข้อมูลที่พวกเขาได้รับ ในการประชุมนุมร่วมสำนักของหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ หลินหมิงนั้นได้ลำดับที่ 1 และดูเหมือนว่าเจียงเป่าอวิ้นจะ
ได้อันดับที่ 2 ส่วนสหายผู้ที่ดูคล้ายมัมมี่นี้ได้อันดับที่ 3
สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ผู้ที่ได้อันดับที่ 3 มาท้าประลองสำนักไป๋ฟงผู้
เป็นหัวหน้าศิษย์ฉางเชาซานเช่นนั้นหรือ?
ผู้อาวุโสสำนักไป๋ฟงขบฟัน ถึงแม้สำนักไป๋ฟงจะอยู่อันดับที่ 10 ใน
บรรดาสำนักทั้ง 19 แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาย่อมไม่ต่างจากสำนัก
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้มากนัก แต่ในตอนนี้ สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ศิษย์
อันดับ 3 กล้าที่จะมาท้าประลองหัวหน้าศิษย์ของพวกเขา นี่เป็นการดูถูก
ของพวกเขาอย่างมาก
ต้องรู้ด้วยว่าเจียงเป่าอวิ้นแห่งสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้เคยมาที่
สำนักไปฟงและขอท้าประลองกับพวกเขา แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับฉางเชา
ซาน!
ไม่เพียงแค่นั้น รายชื่อผู้ที่มีพรสวรรค์ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้เขียน
ขึ้นมา ทำให้ผู้อาวุโสสำนักไป๋ฟงรู้สึกโกรธที่ไม่ได้รับความยุติธรรม มีผู้มี
พรสวรรค์ระดับปฐพี 27 คนและมี 17 ตำแหน่งนั้นล้วนถูกสำนักที่มี
อันดับที่ 1-6 ครอบครองรวมถึงสำนักหุบเขานกยูง แต่เขาก็ไม่กล้าพูดถึง
จึงมีเพียง 10 ตำแหน่งว่าง แต่ 2 ใน 10 กลับถูกสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
คว้าไป เหลือเพียง 8 ตำแหน่งทิ้งไว้ให้สำนักที่เหลือ สำนักไป๋ฟงนั้นไม่ได้
แม้แต่ตำแหน่งเดียวด้วยซ้ำ! ฉางเชาซานกลับเพียงแค่อยู่ในรายชื่อผู้ที่มี
พรสวรรค์ก้ำกึ่งระดับปฐพี
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มาเพื่อชมการประลองร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้เท่านั้น จึงทำให้นี่เป็นการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมยิ่ง แล้วสำนักไป๋ฟง
จะยอมรับได้เช่นไร?
‘ฉางเชาซานนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีนี้ เขายังมี
กระบวนท่าไม้ตายทั้ง 2 อีกมันเป็นสิ่งที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และสำนักหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ไม่รู้ ในตอนนี้ ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นถึงความแข็งแกร่ง
ของหัวหน้าศิษย์สำนักไป๋ฟง!’
เมื่อผู้อาวุโสสำนักไป๋ฟงคิดได้เช่นนี้ เขาก็สามารถที่จะสงบลงไปและ
เริ่มยกแก้วไวน์มาจิบอย่างช้าๆ และมองดูการประลองบนเวทีด้วยหางตา
เขามีสีหน้าที่แสดงถึงความมั่นใจมาก ราวกับว่าไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการ
ประลองของฉางเชาซานเลย
บนเวทีประลองมู่กู๋ปู่ยี่ได้เรียกหุ่นเชิดเกาะด้วงสีโหหิตและหุ่นเชิด
จรเข้ยักษ์ออกมา ส่วนแมงมุมนั้นไม่มี อาจจะเพราะยังซ่อมแซมยังไม่เสร็จ
ฉางเชาซานยืนกอดยก มองไปไปยังมู่กู๋ปู่ยี่อย่างเย็นชา ในฐานะที่
เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง เขาย่อมมียิ่งผยอง การปล่อยให้คู่ต่อสู้เตรียมตัว
จนเสร็จสิ้น ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเช่นกัน
“เจ้าเตรียมตัวเสร็จหรือยัง?” หากพร้อมแล้วก็เข้ามาได้เลย ข้าจะต่อ
ให้เจ้า 3 กระบวนท่า ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้าถูกกดดัน
จนต้องชักกระบี่ออกมาได้หรือไม่!”
“จี๊ จี๊ จี๊ เจ้าหนูน้อย ข้าคิดว่าเจ้าคงจะโง่เง่ายิ่งกว่าหุ่นเชิดของข้าซะ
อีก” มู่กู่ปู่ยี่ส่งเสียงประหลาดออกมา ต่อมาโครงกระดูกของเขาส่งเสียง
ดังลั่นออกมา ร่างของเขาก็มีบางอย่างค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากหลัง
ฉางเชาซานมีสีหน้าเปลี่ยนไป เจ้าสิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่?
กึ๊ก! กึ๊ก!
ด้วยเสียงสองเสียง มีแขนที่ดูเหมือนของคนมากคู่นึงโผล่ออกมา
อย่างชัดเจน เมื่อฉางเชาซานมองเห็นสิ่งนี้ เขาก็ใช้ดวงตาของตน
ตรวจสอบมันอย่างละเอียด จะมัมมี่ผู้นี้มีแขนที่หลังของมันจริงๆหรือ?
เจ้านี่มัน….ใช้มนุษย์หรือไม่?
“เตรียมตัวตายซะ!”
มู่กู่ปู่ยี่ตะโกนออกมาเสียงดัง และเข้าไปอยู่ในหุ่นเชิดเกาะด้วงสี
โลหิต จากนั้นก็มีอาวุธทั้ง 4 ปรากฎยืนออกมาจากแขนทั้ง 4 ภายในหุ่น
เชิดเกาะด้วงสีโลหิต ในขณะเดียวกัน หุ่นเชิดเพลิงปีศาจก็สบัดดาบเพลิง
ยักษ์ของมันพร้อมทั้งฟัดลงไปยังฉางเชาซานในทันที!
ภายใต้เปลวเพลิงอันร้อนแรง คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า
และกระเบื้องบนเวทีกลายเป็นลาวา ฉางเชาซานมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่าง
สิ้นเชิง นี่มันเป็นความร้อนในระดับที่หน้าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
บึมมมม!
ดาบยักษ์ฟาดลงบนพื้นแยกพื้นเวทีออกเป็นทางยาว ฉางเชาซาน
สามารถที่จะหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม เปลวเพลิงอัน
บ้าคลั่งนี้ได้รับการเสริมพลังมาจากปราณอัคคีเทียมทั้ง 9 จึงทำให้มัน
รุนแรงมหาศาล คลื่นความร้อนของมันสามารถที่จะหลอมละลายการ
ป้องกันปราณแท้ของฉางเชาซานในทันทีได้ ชายขอบชุดของเขาถูกเผา
ไหม้และขนตายังถูกไหม้ไปด้วยเช่นกัน
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?”
เฉ้งงง!
สมบัติกระบี่ได้ถูกชักออกมา ท่าทางโอ้อวดเมื่อตอนนั้นของเขาได้
หายไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะมีกระบี่ในมือ แต่เขาก็ยังไม่มีเวลาที่จะใช้มัน
เพื่อปะทะกับหุ่นเชิดเพลิงของมู่กู่ปู่ยี่ที่กำลังพุ่งเข้ามา!
“เจ้าคิดว่า ข้าจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยเช่นนั้นหรือ!?” ฉางเชา
ซานยกมุมปากขึ้น ในฐานะที่เป็นผู้ใช้กระบี่ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาก็
คือพลังโจมตี
ก่อนหน้านี้ จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเพราะว่าเขาได้
ประมาทเกินไป การโจมตีของมู่กู๋ปู่ยี่ทำให้เขาต้องตกตะลึงและทำให้เขา
ขายหน้า ชายขอบชุดคลุมของเขายังถูกเผาไหม้อีกต่างหาก นี่เป็นสิ่งที่ให้
อภัยไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
“เคล็ดวิชาสำนักไป๋ฟง 13 กระบี่พิฆาต!”
ฉางเชาซานตะโกนออกมาเสียงดัง พร้อมทั้งใช้หนึ่งในการโจมตีที่
รุนแรงที่สุดของเขาและหวังใช้มันจัดการมู่กู๋ปู่ยี่ในการโจมตีครั้งเดียว
เพื่อให้เขาได้หน้ากลับคืนมา อย่างไรก็ตาม เขาไม่คาดฝันเลยในเมื่อ
เผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ มู่กู่ปู่ยี่กลับไม่หลบมันเลย แล้วยัง
พุ่งเข้ามาหากระบี่ของเข้าโดยตรงอีกต่างหาก!
บึมมม!
เกิดเสียงการปะทะกันสนั่นหวั่นไหว กระบี่ของฉางเชาซานเสียบทะลุ
เกาะภายนอกชั้นแรกของมู่กู่ปู่ยี่ ในขณะเดียวกัน แขนทั้ง 4 ของมู่กู่ปู่ยี่ที่
เต็มไปด้วยอาวุธก็ฟันไปยังฉางเชาซานพร้อมกัน!
“เจ้าอยากที่จะถูกทำลายไปพร้อมกับข้า? เจ้าคิดว่าจะทำตามที่
ต้องการได้เช่นนั้นหรือ?”
ในฐานะที่เป็นผู้ใช้กระบี่เขาย่อมว่องไวยิ่งกว่ามู่กู๋ปู่ยี่ หลังจากที่ดึง
กระบี่ออกมาได้ เขาได้ใช้กระบี่ป้องกันการกระโจมตีของมู่กู๋ปู่ยี่พร้อมทั้ง
กระโดดหลบออกมา
เพียงใช้กระบี่เดียวสามารถใช้ทั้งป้องกันและหลบหนี เมื่อเป็นเช่นนี้สี
หน้าของฉางเชาซานก็กลายเป็นดีใจขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเสี้ยววิที่เขา
กำลังดีใจใบหน้านั้นก็ต้องแข็งค้าง
เขารู้สึกว่าถูกตรึงไว้ด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นและไม่สามารถ
ขยับออกไปจากตรงนั้นได้ นี่คือความสามารถพิเศษของหุ่นเชิดจรเข้ยักษ์
– แรงดึงดูดกลืนกิน!
“นี่มันบ้าอะไรกัน?”
ฉางเชาซานประหลาดใจอย่างหนัก เขาแทบจะไม่มีเวลาได้คิด ทันใด
นั้นก็มีเสียงเปลวเพลิงกำลังพุ่งเข้ามา เขาเห็นหุ่นเชิดเพลิงเทพปีศาจกำลัง
ฟันดาบยักษ์ลงมาที่เขา!
บ้าเอ้ย!
ขณะที่ร่างกายของเขากำลังเหมือนกับถูกตรึงไว้ด้วยทรายไม่สามารถ
หนีไปจากบริเวณนั้นได้ ฉางเชาซานไม่สามารถที่จะหลบการโจมตีนี้ได้เลย
เขาจึงตัดสินใจใช้กระบี่ปะทะกับมันโดยตรง!
บึมมม!
เพลิวเปลิงระเบิดออกมา กระบวนท่าของฉางเชาซานถูกทำลาย
คลื่นปราณแท้จากการระเบิดจายออกโดยรอบอย่างรุนแรง ฉางเชาซาน
นั้นเป็นผู้ใช้กระบี่ เพราะฉะนั้นพลังด้านการป้องกันจึงไม่ค่อยแข็งแกร่ง
ก่อนหน้านี้ในงานประชุมนุมร่วมสำนัก การโจมตีของหุ่นเชิดเพลิงเทพ
ปีศาจก็แทบจะทำลายม่านพลังค่ายกลป้องกันเวทีลงได้ แล้วเขาจะ
สามารถป้องกันมันได้อย่างไร?
บึมมมม!
พลังเพลิงจากการระเบิดกระแทกเข้ากับร่างของเขา ฉางเชาซานถูก
พลังอัดกระเด็นถอยหลังไปราวกับว่าวที่ขาดสายป่าน อวัยวะภายในได้รับ
บาดเจ็บและโลหิตภายในร่างปั่นป่วน เขาอยากที่จะพ้นโลหิตออกมา แต่
ก็ต้องกลืนกลับลงไป ทำให้ดูเหมือนว่าตนนั้นบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยต่อ
หน้าเหล่าผู้ชม
ในการประลองกับคนไร้ชื่อนั้น ฉางเชาซานเลือกที่จะทำเป็นว่าตนไม่
บาดเจ็บเพื่อไม่ให้เสียหน้า
“ข้าประมาทจนเกินไป เจ้านี่ยากที่จะจัดการอย่างยิ่ง มันคงบาดเจ็บ
จากกระบี่ของข้าเมื่อครู่เป็นแน่
เคล็ดวิชาสำนักไป๋ฟง 13 กระบี่พิฆาตของฉางเชาซานนั้นแข็งแกร่ง
เป็นอย่างมากและไม่เคยพลาดเลยซักครั้ง ถึงแม้เขาจะรู้สึกขายหน้า ไม่ว่า
อย่างไร ศัตรูนั้นสามารถกดดันให้เขาใช้กระบี่ออกมา สุดท้ายเขาก็ต้อง
ขายหน้าอยู่ดี
เขากำลังลอยอยู่ในอากาศและกำลังคิดว่าตนชนะแล้ว เขาก็ได้ยิน
เสียงสายลมหวี้ดหวิวอยู่ด้านล่าง เขามองเห็นแขน 4 แขนที่กำลังถืออาวุธ
ทั้ง 4 ของหุ่นเชิดเกาะด้วงสีโลหิตและมันพุ่งกำลังพุ่งมายังเขาอย่างเร็ว
“เป็น… เป็นไปได้อย่างไร!?”
ฉางเชาฉานดวงตาเบิกโพลง ในขณะที่เขากำลังลอยอยู่กลางอากาศ
นั้น เขาไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวหลบหนีได้ เขาได้ตกอยู่ในสถานการณ์
วิกฤตอย่างแท้จริงแล้ว ปราณแท้ภายภายในร่างของเขายังคงปั่นปวนจึง
ไม่สามารถที่จะใช้กระบวนท่านกระบี่ที่ทรงพลังเช่นเดิมได้อีก เมื่อเป็น
เช่นนี้ เขาก็ราวกับเป็นเพียงเป้านิ่งเท่านั้น
ทันใดนั้น เกิดเสียงดัง ‘ปัง’ ขั้นมา เมื่อถูกมู่กู๋ปู่ยี่ใช้เคียวฟาดเข้าใส่
ร่างของฉางเชาซานกลางอากาศอย่างแรงราวกับตีลูกบอล
ปังงงงงงง!
ฉางเชาซานถูกกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรงจนร่างครึ่งนึงจมอยู่ใน
พื้นกระเบื้อง เหล่าผู้ที่เห็นเหตุการต่างก็กลายเป็นตกตะลึงว่ามันเป็น
เช่นนี้ได้อย่างไร?
ถึงแม้ฉางเชาซานนั้นเป็นถึงหัวหน้าศิษย์ของสำนักไป๋ฟง ไม่มีผู้นึก
เลยว่าเขาจะจบลงโดยมีสภาพน่าสมเพชถึงเพียงนี้
จากเริ่มจนจบการประลอง มู่กู๋ปู่ยี่นั้นใช้เพียงแค่ 5 กระบวนท่า
เท่านั้น พลังโจมตีของหุ่นเชิดเพลิงเทพปีศาจนั้นรุนแรงอย่างแท้จริง และ
ในเมื่อฉางเชาซานที่โดนตรึงไว้ไม่อาจหลบได้ และด้วยการโจมตีนี้
กระบวนท่าของเขากลับถูกทำลายและโดนแรงอักกระแทกจนกระเด็น
ลอยไปในอากาศอีกด้วย สำหรับเกาะด้วงสีโลหิตของมู่กู่ปู่ยี่มันยิ่ง
ประหลาดยิ่งกว่า มันสามารถที่จะป้องกันการโจมตีด้วย 13 กระบี่พิฆาต
ได้โดยไร้รอยขีดขวน!
นี่มันช่างน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
สิ่งที่เหล่าผู้อาวุโสจากหลายสำนักต่างก็ไม่รู้คือเกาะด้วงสีโลหิตของมู่
กู่ปู่ยี่สามารถที่จะรับการโจมตีจากพลังเหล็กมังกรม้วนของหลินหมิงได้ถึง
2 ครั้ง ในตอนนั้นมันยิ่งรวมพลังเข้ากับปราณอัคคีของหุ่นเชิดเพลิงเทพ
ปีศาจและกลายเป็นเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างที่ทรงอนุภาพ ก็ยัง
ทำให้เกาะด้วงสีโหหิตของเขาเกิดรอยแตกเท่านั้นเอง
ในด้านพลังในการป้อง มู่กู่ปู้ยี่นั้นเป็นอันดับหนึ่งในบรรดารุ่นเยาว์
ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ แม้แต่หลินหมิงก็ยังไม่สามารถออมมือเอาไว้เมื่อ
เผชิญหน้ากับเขา ปราณแท้สนามพลังนั้นเป็นหนึ่งในพลังแห่งกฎ มันแม้
กระทั้งเหนือยิ่งกว่าวิถีแห่งลม และมันเป็น 1 ใน 2 มรดกเคล็ดวิชาลับ
ของแผนกหุ่นเชิด และมันน่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อได้เห็นศักยภาพในการต่อสู้เต็มกำลังของมู่กู๋ปู่ยี่ เจียงเป่าอวิ้นจึง
ได้ถอนหายใจยาว ‘ร่างจริงของเขานั้นแทบจะถูกป้องกันเอาไว้อย่าง
สมบูรณ์ และพลังโจมตีของหุ่นเชิดเพลิงเทพปีศาจนั้นก็รุนแรงอย่าง
แท้จริง แล้วยังมีหุ่นเชิดจรเข้ยักษ์ที่มีพลังในการจำกัดการเคลื่อนไหวนั่น
อีก ทำให้คู่ต่อสู้ไม่อาจหลบหนีการโจมตีได้ ระบบการโจมตีผสานหลาย
รูปแบบของมู่กู๋ปู่ยี่นั้นแทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่โชคไม่ดีที่เคย
เผชิญหน้ากับหลินหมิง จึงทำให้มันไร้ประโยชน์ แต่หากข้าคู่ต่อสู้เป็นเขา
แทน ข้าเองไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเอาชนะเขาได้หรือไม่’
ในอีกแง่นึงก็คือ ความสามารถในการจำกัดการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้
สามารถใช้กับเจียงเป่าอวิ้นได้ สำหรับหลินหมิงการโจมตีของเขามหาศาล
จนสามารถจัดการกับการป้องกันที่เกือบสมบูรณ์แบบของมู่กู๋ปู่ยี่ได้
โดยตรง ฉะนั้นเขาจึงสามารถจัดการกับมู่กู๋ปู่ยี่ได้ แต่หากเผชิญหน้ากับ
เจียงเป่าอวิ้นจะกลายเป็นการต่อสู้ยืดเยื้อแทน
ศิษย์ผู้ดูแลต่างรีบขึ้นไปบนเวทีและแบกฉางเชาซานไร้สติลงมา เหล่า
ผู้อาวุโสและศิษย์จากหลายสำนัก ยังไม่อาจที่จะตั้งตัวได้ทันจากการต่อสู้
ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แน่นอนว่ามีหลายคนที่ได้เห็นการประลองเมื่อครู่ ตาม
จริงแล้ว พวกเขาสามารถเห็นถึงความน่าหวาดกลัวของมู่กู๋ปู่ยี่อย่าง
ชัดเจน
การป้องกันสมบูรณ์แบบ แล้วยังมีการโจมตีที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย!
แล้วผู้ใดจะสามารถทำลายระบบการโจมตีที่ใกล้ความสมบูรณ์แบบเช่นนี้
ได้กันเล่า?
ความเร็วหรือ? มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี! ถึงแม้มู่กู๋ปู่ยี่จะไม่รวดเร็วนัก
เขาก็ยังสามารถที่จะใช้หุ่นเชิดจรเข้ยักษ์ในการลดความเร็วของคู่ต่อสู้ลง
ได้ หากคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะใช้ความรวดเร็วของตนได้อย่างเต็มที่ พวก
เขาก็จะค่อยถูกต้อนและถูกตรึงเอาไว้ในที่สุด
โจมตีหรือ? มันก็ไร้ประโยชน์อีกเช่นกัน! แม้แต่การโจมตีด้วยเคล็ด
วิชาสำนักไป๋ฟง 13 กระบี่พิฆาตที่รุนแรงอย่างมากก็ยังไร้ประโยชน์ ไม่
สามารถที่จะทำอะไรการป้องกันนั้นได้เลย!
ป้องกันหรือ? มันก็ไร้ประโยชน์อีกนั่นแหละ! โดยเฉพาะฉางเชาซาน
ที่มีการป้องกันที่อ่อนแอ ทักษะกระบี่ของเขานั้นแน่นอนว่าดีเยี่ยม เขา
สามารถที่จะใช้ทักษะกระบี่ป้องกันการโจมตีโดยตรงของหุ่นเชิดเพลิงเทพ
ปีศาจ แต่ก็กันไว้ได้เพียงเสี้ยววิเท่านั้น!
ผู้ใดกันที่สามารถจะเป็นคู่มือให้กับมู่กู๋ปู่ยี่ได้ในรุ่นเดียวกัน? มู่กู๋ปู่ยี่ที่
ทรงพลังเช่นนี้กลับไร้นามได้อย่างไร? แถมยังเป็นเพียงแค่ลำดับที่ 3 ของ
สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เท่านั้นเองหรือ?
คนเหล่านี้ต่างจำได้ดีถึงสิ่งที่มู่กู๋ปู่ยี่เคยกล่าวเอาไว้กับฉางเชาซาน
ก่อนการประลอง
“ให้ข้าเล่นกับเจ้าเอง หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ เจ้าอาจจะ
สามารถรับการโจมตีไม่กี่กระบวนท่าจากเจ้าหนูนั้นได้”
ผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้ากหนู แน่นอนว่าต้องเป็นหลินหมิง!
“หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้…”
“บางทีเจ้าอาจ…”
“จะสามารถรับการโจมตีไม่กี่กระบวนท่า…”
สิ่งที่มู่กู๋ปุ่ยี่กล่าวออกมาเป็นการบ่งบอกว่าคนที่แข็งแกร่งเช่นเขา ยัง
ถูกจัดการภายในไม่กี่กระบวนท่าโดยหลินหมิง!
ไม่ต้องพูดถึงฉางเชาซานที่ถูกจัดการโดยมู่กู๋ปูยี่ภายใน 5 กระบวนท่า
หากนำไปเปรียบกับหลินหมิงมันแตกต่างกันดั่งกับเมฆและโคลนตม