ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 368 โฉมงามคือสุสานผู้กล้า
บทที่ 368 โฉมงามคือสุสานผู้กล้า
ต่อให้อยากตกลงก็ต้องเลี่ยงคำครหา รอให้ผ่านไปสักสองวันแล้วค่อยให้คำตอบ
เมื่อวานนี้ทางด้านจูซื่อเสิ่นเกิดเรื่องน่าขายหน้าขนาดนั้น
จูซานจ้วงงงงันกว่าเดิม “แม่นางหลิวก็ดีมากนี่ขอรับ?”
เย่อวี๋หรานคุยกับเจ้าเด็กทึ่มที่อ่านสถานการณ์ไม่เป็นแล้วก็ให้ปวดเศียร นางว่าแล้วเชียว ถ้าอยากได้ข่าวคราวที่แม่นยำจากตาคนนี้ก็ต้องพึ่งโชคด้วย
“เอาล่ะ ไม่ได้ยินแม่เจ้ารับปากทางนั้น เจ้าก็อย่าเอาไปพูดส่งเดช ระวังพูดผิดแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้ แม่เจ้าอยู่ที่เรือนใช่ไหม ข้าจะไปหาแม่เจ้า”
“อยู่ขอรับ”
เย่อวี๋หรานจากไปโดยทิ้งเขาไว้ตรงนั้น
จูซานจ้วงยืนอยู่ที่เดิม ไม่เข้าใจความหมายของคนเป็นป้าเลยสักนิด
การดูตัวเมื่อวานราบรื่นถึงเพียงนั้นยังจะไม่ตกลงอีกหรือ?
โชคของจูซื่อหู่ จะว่าอย่างไรดี เขาระบายความโกรธใส่จูซานจ้วง แต่พอจากมาได้ไม่นานก็รู้สึกผิดเสียแล้ว
เขาเองก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่อาจโทษญาติผู้พี่ของเขา
ถึงอย่างไรญาติผู้ใหญ่ก็เป็นคนกำหนดว่าใครไปดูตัวกับใคร
แต่เมื่อคิดถึงการดูตัวที่เละไม่เป็นท่าเมื่อวานนี้ วันนี้แม่สื่อยังมาเยือนถึงเรือนแต่เช้า เขาก็รู้สึกไม่ค่อยดี หงุดหงิดรำคาญใจ
นี่ไม่เท่ากับบอกว่าเขาสู้จูซานจ้วงไม่ได้หรอกหรือ?
จูซื่อหู่ไม่รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าจูซานจ้วงตรงไหน ทั้งคู่อายุห่างกันไม่มาก เกิดก่อนหลังกันเพียงไม่กี่เดือน เรื่องที่จูซานจ้วงสามารถทำได้ เขาก็ทำได้เช่นกัน ไม่เห็นจะต่างกันเลย
“เฮอะ! ตบหน้าข้าแบบนั้นแล้วยังจะมาแกล้งโง่ ทำเป็นไม่รู้อะไรสักอย่าง”
“เจ้าทึ่ม!”
“ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ใช่ว่าข้าจะไม่แต่งเมียสักหน่อย”
……
เท้าเตะต้นไม้ใบหญ้า จูซื่อหู่รู้สึกว่ายังไม่สาแก่ใจ จึงยื่นมือเข้าไปถอนหญ้าสะเปะสะปะ
เขาเดินออกไปถึงทางสายน้อยนอกหมู่บ้านโดยไม่รู้ตัว
ที่นั่นปลอดคน เขาสามารถระบายอารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่
ขณะนั้นเอง เขาพลันได้ยินเสียงคนวิ่งมาจากหัวมุมของทางสายน้อย
จูซื่อหู่เงยหน้าขึ้นมา คลับคล้ายว่าจะเห็นเด็กสาวคนหนึ่ง
เขาตะลึงไป เด็กสาว?
ช้าก่อน เหตุใดจึงคุ้นตาเช่นนี้เล่า?
หลิวไป๋ฮวาวิ่งกระหืดกระหอบ นางวิ่งออกมาจากหมู่บ้านสกุลหลิว อาศัยช่วงที่บิดา มารดากับย่าของนางทะเลาะกันอยู่ หลีกเลี่ยงสายตาคนในหมู่บ้านออกมา
มารดาของนางช่วยออกความคิดให้ในคืนวันนั้น “ไป๋ฮวา เจ้าฟังแม่ ถ้าเจ้าไม่อยากให้จบไปทั้งอย่างนี้ เจ้าก็ไปหาจูซื่อหู่”
“จำไว้ หลีกเลี่ยงคน แอบไปหาเขาตามลำพัง”
“ถ้าข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก เจ้าก็สามารถหนีออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว”
……
พูดจบ มารดาก็ยัดเงินเหรียญให้นาง
หลิวไป๋ฮวานั่งนิ่งบนเตียงไม้ที่ใช้ไม้กระดานต่อขึ้นชั่วคราวอยู่เป็นนาน
หัวใจนางเต้นรัว
ทำได้หรือ?
นางสามารถทำแบบนั้นได้หรือ?
กล่าวกันว่าเป็นหญิงต้องรักษาพรหมจรรย์ วันหน้าจึงจะสามารถออกเรือนให้สามีดี ๆ ไม่ใช่หรือไร?
แต่มารดาของนางกลับยุให้นาง…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลมหายใจของหลิวไป๋ฮวาก็เปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นมา
ทำได้หรือ นางทำแบบนั้นได้ใช่หรือไม่?
ทำแบบนั้นไม่ค่อยดีหรือเปล่า?
แต่แม่ของนางบอกว่า…
ในเมื่อเป็นความคิดของมารดา มารดาของนางจะต้องไม่คิดร้ายต่อนางแน่นอน
จูซื่อหู่คิดอยู่เป็นนานก็คิดไม่ออกว่านั่นคือใคร เขาคิดว่าตนเองคงเคยเห็นอีกฝ่ายที่ไหนมาก่อน แต่จำไม่ได้แล้ว
หลิวไป๋ฮวาตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง ทันใดนั้นกลับพบว่าตรงหน้ามีผู้ชายตัวโตคนหนึ่งก็พลันตกใจ “อ๊ะ!”
“ขอโทษ ข้าทำให้เจ้าตกใจใช่ไหม?” จูซื่อหู่รีบหลบไปข้างทาง “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้าตกใจ เจ้ารีบร้อนขนาดนี้คงจะไปหมู่บ้านสกุลจูกระมัง? ไปทางนั้นเรื่อย ๆ ก็ถึงแล้ว”
เขายังช่วยชี้ทางให้อย่างมีน้ำใจ
เมื่อหลิวไป๋ฮวาเห็นว่าผู้ชายคนนี้ตัวสูงใหญ่ก็หน้าแดง “ข้า…ข้าไปหาคนที่หมู่บ้านสกุลจู”
“อ้อ เจ้ามาเยี่ยมญาติกระมัง? เมื่อก่อนข้าไม่เคยเห็นเจ้าที่หมู่บ้านสกุลจูมาก่อนเลย เจ้ามาจากไหนหรือ?”
หลิวไป๋ฮวาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ได้ตอบ “จู…จูซื่อหู่ เจ้ารู้จักไหม?”
จูซื่อหู่ได้ยินชื่อตัวเองก็ค่อนข้างประหลาดใจ “เจ้ามาหาข้า?! แล้วเจ้าเป็นใคร?”
“เจ้าคือจูซื่อหู่?!” หลิวไป๋ฮวาตื่นตะลึง นางเบิกตาโตมองซ้ำให้ดีอีกครั้ง กลัวว่านั่นจะเป็นเพียงภาพหลอนของตัวเอง
ช่วยไม่ได้ เมื่อเย็นวานมารดาของนางเพิ่งจะออกความคิดให้ นางยังไม่ได้คิดเลยว่าประเดี๋ยวจะไปหาคนที่หมู่บ้านสกุลจูอย่างไร ปรากฏว่ายังไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้านสกุลจูก็เจอจูซื่อหู่ตัวเป็น ๆ บนทางสายน้อยนอกหมู่บ้านเสียแล้ว?!
เมื่อครู่ที่พบคนตัวสูงผู้นี้ยังอดจะมองซ้ำอีกหลายคราไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้กลับเป็นคนที่มาดูตัวกับนางเมื่อวานนี้เอง
สวรรค์ทรงโปรด สวรรค์จะเมตตานางเกินไปแล้วถึงได้ส่งคนที่น่ามองปานนี้มาให้นาง
“ใช่แล้ว ข้าก็คือจูซื่อหู่ ข้าเคยพบเจ้ามาก่อนใช่ไหม? รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้ามาก แต่กลับคิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” จูซื่อหู่เกาศีรษะ เริ่มนึกทบทวนเครือญาติของตนเอง
ว่ากันตามตรงแล้ว ไม่ว่าญาติทางฝ่ายมารดาของเขาหรือญาติทางฝั่งลุงสาม (จูเหล่าซาน) เขาล้วนเคยพบมาหมดแล้ว
แต่ญาติของเขามีมากเกินไป บางคนก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันนักจึงนึกไม่ออก
“ข้า…ข้ามีชื่อเล่นว่าฮวาฮวา…” หลิวไป๋ฮวาแอบมองเขาอยู่หลายที พอถูกเขาจับได้ก็ยิ่งหน้าแดงกว่าเดิม
“ฮวาฮวา? ฮ่า ๆๆ…ชื่อนี้ของเจ้าดีมากเลยนี่” จูซื่อหู่ทึ่มก็จริง แต่เด็กสาวตรงหน้ามองตนเองแล้วหน้าแดง จะยังดูไม่ออกอีกได้อย่างไร
เห็นได้ชัดว่าคนเขาชอบตนเองตั้งแต่แรกเห็น
ชั่วพริบตานั้นพลันรู้สึกเหมือนโชคของตนมาถึง ดอกท้อบานสะพรั่งอย่างไรอย่างนั้น
ครั้นอารมณ์ดีแล้ว จูซื่อหู่ก็เปลี่ยนเป็นพูดง่ายขึ้นมาทันตา ชมเปาะว่านามนี้ไพเราะ และมีเพียงนามที่ไพเราะเช่นนี้จึงจะคู่ควรกับนาง
แทบไม่ต่างอะไรจากการชมว่า เจ้างามมาก!
หลิวไป๋ฮวาปรีดาราวกับมีบุปผาบานสะพรั่งอยู่กลางใจ แทบอยากบอกอีกฝ่ายไปตรง ๆ เสียเดี๋ยวนั้นว่า “ใช่ เป็นข้าเอง เมื่อวานคนที่ต้องดูตัวกับเจ้าก็คือข้า”
แต่นางไม่ได้ถูกความยินดีครอบงำจนหน้ามืดตามัว จึงเอ่ยคำ ‘ขอบคุณ’ แก่เขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ บอกว่าตนเองมาหมู่บ้านสกุลจูเป็นครั้งแรก ขอให้เขาช่วยพาเที่ยวชมรอบ ๆ
ทั้งยังขอให้เขาพานางไปในสถานที่ที่ค่อนข้างปลอดคน ถึงอย่างไรก็เป็นชายโสดหญิงสาว ถ้าถูกคนเห็นเข้าก็อาจเข้าใจผิดได้
จูซื่อหู่ตกปากรับคำทันที
ความล้มเหลวจากการดูตัวเมื่อวานทำร้ายความเชื่อมั่นในตัวเองของเขาอย่างใหญ่หลวง ตอนนี้กลับมีเด็กสาวพาตัวเองมาส่งให้ถึงที่ เขาไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร เห็นว่าคนเขาหน้าตาไม่เลว ความมั่นใจในตนเองก็หวนคืนมาทันที
หมู่บ้านสกุลจูเป็นสถานที่ที่เขาอยู่มาตั้งแต่เล็กจนโต เขาจะไม่คุ้นเคยได้อย่างไร หลบเลี่ยงคนในหมู่บ้าน เลือกเดินไปบนเส้นทางสายน้อยที่ปลอดคน คอยแนะนำนั่นนี่ให้นางอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ทั้งยังเล่าข่าวซุบซิบในหมู่บ้านให้นางฟัง
รูปลักษณ์ของหลิวไป๋ฮวาก็ไม่เลวเลย ตอนแรกเพราะนางสนิทสนมกับหลิวเยี่ยน ยังถูกคนเรียกพวกนางว่าสองบุปผาแห่งหมู่บ้านสกุลหลิว
แต่ว่าหลิวเยี่ยนก็คือ ‘บุปผาของหมู่บ้าน’ ส่วนนาง…
แม้ไม่ใช่บุปผาของหมู่บ้าน แต่ก็เป็นบุปผางามดอกหนึ่งเช่นกัน แต่ว่าบ้านเดิมมีปัญหามากเกินไป ไม่เหมาะจะสู่ขอมาเป็นภรรยา คนไม่น้อยจึงทำเพียงชื่มชมอยู่ห่าง ๆ
จูซื่อหู่ไม่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย นึกว่าตนเองโชคหล่นทับก็ดีใจเสียเต็มประดา
เขาพาหลิวไป๋ฮวาเดินชมรอบ ๆ กระทั่งมื้อเที่ยงก็ไม่กลับไปกิน ช่างสมดังคำกล่าว ‘โฉมงามคือสุสานผู้กล้า แต่ไหนมาบุรุษนั้นทะนงองอาจ ครั้นพานพบคนงามพาวาสนากุดสั้น’
จูซื่อหู่ไม่ใช่ผู้กล้า ทั้งยังไม่มีภูมิต้านทานต่อความเย้ายวนของโฉมงาม ลุ่มหลงหน้ามืดตามัว ถูกคนเขาจูงจมูกไปต้อย ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะสวรรค์ช่วยสงเคราะห์พวกเขา หรือพวกเขาสองคนโชคดี เดินไปรอบหมู่บ้านแล้วแต่ก็ไม่ถูกคนในหมู่บ้านมาพบเข้าแต่อย่างใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
GLLIFNGD
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ